ผู้ตายทำหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในทุนเรือนหุ้นสหกรณ์ ได้หรือไม่?

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8873/2561

เงินสงเคราะห์เป็นเงินที่พึงจะได้รับเมื่อสมาชิกถึงแก่ความตายไปแล้ว โดยจ่ายให้แก่ผู้รับโอนประโยชน์ตามข้อบังคับสหกรณ์ ถ้าสมาชิกผู้ใดออกจากการเป็นสมาชิกของสหกรณ์ก็ไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงินสงเคราะห์จากสหกรณ์ ดังนี้ หากสมาชิกประสงค์จะให้ผู้รับโอนประโยชน์มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์จากสหกรณ์ก็จะต้องคงความเป็นสมาชิกไว้จนตายจะถอนเงินค่าหุ้นหรือออกจากการเป็นสมาชิกไม่ได้ และเงินทุนเรือนหุ้นหรือเงินค่าหุ้นที่สมาชิกมีอยู่กับสหกรณ์ก็มิใช่เงินที่สมาชิกสามารถที่จะเบิกถอนไปใช้ได้ก่อน เว้นแต่จะออกจากการเป็นสมาชิกแล้วซึ่งก็ยังมีเงื่อนไขที่อาจจะไม่ได้รับเต็มจำนวนก็ได้ เงินค่าหุ้นจึงมีลักษณะพิเศษที่มิใช่เป็นทรัพย์ของสมาชิกโดยแท้ เมื่อพระราชบัญญัติสหกรณ์บัญญัติให้สมาชิกสหกรณ์สามารถทำหนังสือตั้งบุคคลหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้รับโอนประโยชน์ในเงินค่าหุ้นหรือเงินอื่นใดจากสหกรณ์เมื่อสมาชิกถึงแก่ความตาย โดยมอบไว้แก่สหกรณ์เป็นหลักฐาน การจะเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์ก็ต้องทำเป็นหนังสือในลักษณะเดียวกันมอบให้สหกรณ์ถือไว้ และถ้าในที่สุดไม่มีผู้รับเงิน เงินนั้นก็จะนำไปสมทบเป็นเงินทุนสำรองของสหกรณ์ เมื่อเงินค่าหุ้นและเงินสงเคราะห์มีลักษณะพิเศษตามข้อบังคับและระเบียบของจำเลยเพื่อให้การบริหารเงินของสหกรณ์เป็นไปโดยสะดวกเพื่อประโยชน์ของสมาชิกและออกตามบทบัญญัติของกฎหมาย จึงเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติการจัดการเงินของสมาชิกสหกรณ์ไว้โดยเฉพาะ ย่อมมีผลบังคับได้นอกเหนือจากการทำพินัยกรรม การทำหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ของผู้ตายจึงมีผลบังคับได้ ไม่จำเป็นต้องทำตามแบบพินัยกรรมและไม่ถือว่าเป็นพินัยกรรม โดยมีผลบังคับแตกต่างจากการทำพินัยกรรม เมื่อผู้ตายทำหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในทุนเรือนหุ้นไว้แก่สหกรณ์จำเลยแล้ว ทุนเรือนหุ้นจึงไม่เป็นมรดกของผู้ตายที่ผู้ตายจะทำพินัยกรรมยกทุนเรือนหุ้นนั้นให้แก่ผู้อื่นอีก โดยเป็นกรณีที่มีกฎหมายพระราชบัญญัติสหกรณ์บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นที่ทำให้ทายาทต้องเสียไปซึ่งสิทธิในมรดก ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 วรรคสอง หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในส่วนเงินทุนเรือนหุ้นจึงไม่เป็นพินัยกรรมของผู้ตายและไม่ตกเป็นโมฆะ

(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 25/2561)

อธิบายกฎหมาย

ผู้ตายทำหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในทุนเรือนหุ้นสหกรณ์ ได้หรือไม่?

เงินที่ส่งเข้าสหกรณ์จะมีเงื่อนไขการฝากเงินที่เป็นไปตาม พระราชบัญญัติสหกรณ์ฯ ซึ่งจะสามารถฝากเงินให้กับสมาชิกและจะได้เงินปันผลก็ต่อเมื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกและได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่สหกรณ์กำหนด

ดังนั้นเงินจากการที่ฝากเข้าสหกรณ์ทุกเดือน สมาชิกจึงไม่สามารถอนเงินออกเมื่อใดก็ได้ ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจากการฝากเงินอื่นๆ และสมาชิกจะได้เงินปันผลก็ต่อเมื่อยังมีสถานภาพเป็นสมาชิกอยู่

หากสมาชิกพ้นสภาพหรือลาออกจากการเป็นสมาชิสหกรณ์ก็จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่สหกรณ์ได้กำหนดไว้ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติสหกรณ์ สมาชิกจึงจะได้เงินปันผลหรือทุนเรือนหุ้นหรือเงินค่าหุ้นที่สมาชิกได้ส่งไป

เงินค่าหุ้นที่จ่ายให้แก่สหกรณ์จึงถือว่าเป็นเงินพิเศษตามกฎหมาย ที่ไม่ใช่เงินของผู้ส่งเงินโดยแท้ เพราะไม่สามารถอนหรือนำออกมาใช้เมื่อใดก็ได้ตามอำเภอใจ

และกฎหมายก็ได้กำหนดว่าสมาชิกสามารถทำหนังสือในการแต่งตั้งให้ผู้ใดผู้หนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้รับประโยชน์ในเงินค่าหุ้นหรือเงินอื่นใดที่ตัวเองจะได้รับจากสหกรณ์เมื่อตนเองถึงแก่ความตายก็ได้

ดังนั้นสมาชิกจึงสามารถทำหนังสือแจ้งแก่สหกรณ์ว่าต้องการตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ในเงินค่าหุ้นก็ได้ ถือว่าเป็นการโอนประโยชน์ในสิ่งที่จะได้จากสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนเรือนหุ้นหรือเงินอื่นใดที่จะได้จากสหกรณ์ โดยยกให้คนอื่นด้วยความเต็มใจ

ดังนั้นการโอนประโยชน์ในหุ้นสหกรณ์ให้แก่บุคคลอื่นที่ได้ตั้งไว้เมื่อสมาชิกถึงแก่ความตายจึงใช้ได้ตามกฎหมาย และหากต้องการเปลี่ยนแปลงเป็นคนอื่นก็สามารถแจ้งเป็นหนังสือได้อีกเช่นกัน

ซึ่งหนังสือโอนประโยชน์สำหรับเงินที่จะได้รับจากสหกรณ์เมื่อสมาชิกถึงแก่ความตายนั้น เป็นหนังสือที่แยกต่างหากจากการทำพินัยกรรม เพราะมีผลทางกฎหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง

เมื่อหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในทุนเรือนหุ้นสหกรณ์ใช้ได้ตามกฎหมาย และทำถูกต้องครบถ้วนแล้ว ทุนเรือนหุ้นในสหกรณ์ของผู้ตายก็จะไม่ตกเป็นมรดกกองกลางที่จะต้องนำมาแบ่งปันแก่ทายาทคนอื่นๆ อีก เพราะได้มีหนังสือระบุยกทุนเรือนหุ้นให้แก่บุคคลที่มีชื่อในหนังสือเป็นการเฉพาะเรียบร้อยแล้ว

เมื่อไม่ตกเป็นมรดกกองกลาง จึงไม่ต้องนำมาแบ่งปันแก่ทายาทคนอื่นๆ และทายาทคนอื่นๆ ก็ไม่สามารถเรียกร้องเงินจากสหกรณ์ให้นำมาเป็นมรดกกองกลางได้เช่นกัน เพราะผู้ตายได้ทำหนังสือยกและโอนประโยชน์ทุนเรือนห้นสหกรณ์ให้กับผู้มีชื่นในหนังสือ ตั้งแต่ก่อนเสียชีวิตแล้ว

แม้ในพินัยกรรมจะพูดถึงการยกเงินที่จะได้รับจากสหกรณ์ได้อีกด้วย การระบุเช่นนี้ในพินัยกรรมก็ไม่สามารถใช้ได้ เพราะมีหนังสือโอนประโยชน์ในทุนเรือนหุ้นระบุไว้เป็นการเฉพาะแล้ว